สรุปข้อคิดจาก Speech ของ อธนัย ชรินทร์สาร ในหัวข้อ
“Your Corporate Innovation Needs a Strategy”
And 5 Guidelines to help crafting a great innovation
การเปิดงานด้วยน้อง “Ameca” Humanoid Robot จาก Engineered Arts ที่งาน Techsauce Global Summit 2024 มันช่างน่าตื่นเต้นยิ่งนัก
แต่ขออนุญาตเขียนถึงน้อง “Ameca” ในคราวหลัง

เพราะวันนี้ได้มาเจอ อาจารย์ที่เคยสอนวิชากลยุทธ์สมัยเรียนปริญญาโท MBA Young Executive ที่จุฬาฯ เมื่อสิบกว่าปีก่อน
ดร ธนัย ชรินทร์สาร
อาจารย์มาเป็น Speaker ที่งานนี้ด้วย และแน่นอนผมย่อมไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง

เมื่อสิบกว่าปีก่อน เรียนกับอาจารย์สนุกยังไง มาฟังอาจารย์ตอนนี้ก็สนุกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสนุกเป็นภาษาอังกฤษด้วย
หัวข้อของอาจารย์คือ “Your Corporate Innovation Needs a Strategy”
สนุกมากและได้ข้อคิดดีๆ จึงอยากเอาแบ่งปันกันนะครับ
เริ่มจาก Why? – ทำไมบริษัท องค์กร ต้องสร้างนวัตกรรม?
บางบริษัท บางองค์กร ถ้าไม่สร้างนวัตกรรมก็ต้องล้มหายตายจากไป (Innovate or die),
บางแห่งต้องสร้างนวัตกรรมเพื่อการเติบโต (Innovate to grow),
และบางแห่งต้องการสร้างนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก (Innovate to change the world)
และการสร้างนวัตกรรมที่ดีต้องมีกลยุทธ์ (Strategy)
กลยุทธ์การสร้างนวัตกรรมมี 2 modes คือ
(1) Exploitation คือ การสร้างนวัตกรรมจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว กลุ่มลูกค้าเดิมที่มีอยู่แล้ว
สิ่งนี้เป็นสิ่งใกล้ตัวที่สามารถเริ่มทำได้ทันที และหลายๆ องค์กรก็อยู่ใน mode นี้อยู่แล้ว
แต่เนื่องจากมันเริ่มทำได้ง่าย การแข่งขันก็ย่อมสูงเป็นธรรมดา จนอาจกลายเป็น Red Ocean ก็เป็นได้
อีก Mode หนึ่งคือ (2) Exploration คือสร้างสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ
สิ่งนี้ถ้าทำสำเร็จจะให้การเติบโตมหาศาลเรียกได้ว่าเป็น New S Curve ให้กับองค์กรเลยทีเดียว
แต่มันก็ไม่ง่ายที่จะสร้างนวัตกรรมที่สร้างสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ นี้
แต่ไม่ต้องกังวลครับ อธนัย ได้ให้ Guideline ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ปังๆๆๆๆๆ ไว้ 5 ข้อ ดังนี้
Guideline #1: Focus on Megatrend and Possibilities
ศึกษาและติดตามเรื่อง Trends อย่างสม่ำเสมอ เมื่อหลายๆ Trends รวมกันก็จะเป็น Megatrends ลองหาความเป็นไปได้ที่จะช่วยแก้ปัญหา และ/หรือส่งเสริม ชีวิตของลูกค้าใน Megatrends ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้น สิ่งนี้ย่อมช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ของคุณ

Guideline #2: Check with Consumer
ลองเช็คความเป็นไปได้เหล่านั้นกับผู้บริโภคก่อน อเน้นใช้คำว่า “ผู้บริโภค (Consumer)” ไม่ใช่ลูกค้า เพราะท้ายที่สุดแล้ว โลกนี้ก็คือการที่เราสร้างสินค้าและบริการต่างๆ ก็เพื่อส่งมอบให้ผู้บริโภค “Consume” สินค้าและบริการเหล่านั้น
เรากำลังสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ หลายๆ ครั้งผู้บริโภคยังไม่เห็นภาพและยังไม่เข้าใจ ดังนั้นการสร้างสินค้าและบริการเหล่านั้นขึ้นมาเลยเพื่อ “เช็ค” กับผู้บริโภคว่ามันตอบโจทย์ในการใช้ชีวิตของเค้าหรือไม่ จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ควรทำเล็กๆ ก่อน (Start small, do some prototypes) อย่าเพิ่งลงทุนมหาศาลโดยที่ยังไม่ได้ตราวจสอบความต้องการของผู้บริโภค
Guideline #3: Do it Differently
ต้องการสินค้าและบริการที่แตกต่าง ก็ต้องมีวิธีคิดและการลงมือทำที่แตกต่าง ข้อนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมา และตรงประเด็นสุดๆ
พยายามคิดนอกกรอบ นอก Comfort Zone ลองท้าทายทุกความเป็นไปได้ แต่เช่นเดิม เริ่มเล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยายไป
Guideline #4: Design a Unique Business Model
ออกแบบโมเดลธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร พูดง่ายแต่ทำยาก ในปัจจุบันหลายๆ องค์กรเน้นใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Business Model Canvas เพื่อให้เข้าใจโมเดลธุรกิจของคุณอย่างลึกซึ้ง แต่มันมีตั้ง 9 ช่อง
วันนี้อาจารย์เลยขอสรุปมาเป็นสามสิ่งที่จะช่วยออกแบบโมเดลธุรกิจของคุณให้ไม่เหมือนใคร คือ
Value Proposition – ตอบตัวเองให้ได้ว่าสินค้าและบริการของคุณนั้นส่งมอบ “คุณค่า” อะใรให้กับลูกค้า
Value Delivery – ตอบตัวเองให้ได้ว่าสินค้าและบริการของคุณนั้นจะส่งมอง “คุณค่า” ให้กับลูกค้าของคุณ อย่างไร
Value Capture – ตอบตัวเองให้ได้ว่า “คุณค่า” ที่ส่งมอบให้ลูกค้าด้วยวิธีข้างต้นนั้น มันจะให้ผลตอบแทนกลับมาในธุรกิจของคุณอย่างไร
พึงระลึกถึงสามข้อนี้เสมอในการออกแบบโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร
Guideline #5: Check your Capabilities
และสุดท้าย คุณต้องเช็คความสามารถของบริษัท องค์กรของคุณด้วย ว่าพร้อมจะลุยไปกับการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ แค่ไหน
เช็คเพื่อให้รู้ว่าเรายังขาดความสามารถตรงไหน
ขาดตรงไหนก็เติมตรงนั้นด้วยสามวิธี คือ Build, Buy, Borrow
Build – ขาดความสามารถตรงไหนก็สร้างมันขึ้นมา ทั้งเรื่องบุคลากร ความรู้ หรือ ประสบการณ์ ใช้เวลาสร้างนานหน่อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยั่งยืน
Buy – ถ้ารอสร้างไม่ไหวก็ซื้อซะเลย ซื้อกิจการ ซื้อตัวบุคลากร ซื้อทรัพย์สินทางปัญญา ฯลฯ จัดไปอย่าให้เสีย
Borrow – ถ้ายังไม่มีตังค์ซื้อก็ยืมซะก่อน อาจจะมาในรูปแบบพันธมิตรทางธุรกิจ หรือ JV ก็เป็นไปได้
และนี่ก็คือสรุปข้อคิดที่ผมได้ฟังจาก อาจารย์ธนัย ในวันนี้ครับ
ผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมาใน ณ ที่นี้ครับ
สิบกว่าปีผ่านไป อเล่าสนุก ความรู้อัดแน่นเช่นเคย
และเสมือนหนึ่งพลังจักรวาลที่ได้มาเจอ และมาฟังอาจารย์โดยบังเอิญ
เพราะอีกสักสองอาทิตย์ผมก็จะไปเจออาจารย์อยู่แล้วที่งาน Talk Show ของอาจารย์ที่ collab กับ เฮียวิทย์ นักเล่าประวัติศาสตร์ที่ฮ๊อตที่สุดในขณะนี้ในงาน “Strategy Essential Summit”

ส่วนน้อง “Ameca” ไว้ค่อยเขียนถึงคราวหลังนะ อย่าเพิ่งน้อยใจไป
สัณฑ์ คุณะวัฒนากรณ์






















