Home Blog Page 3

ประสบการณ์ดีๆ จากคุณสมบุญ ประสิทธิ์จูตระกูล

2

หลายสัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสฟังการบรรยายของคุณสมบุญ ประสิทธิ์จูตระกูล ซึ่งได้รับเชิญเป็นวิทยากรของวิิชาที่ Strategic Management มาเล่าถึงประสบการณ์การทำงานหลายสิบปีที่ผ่านมา ทำให้ผมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายโดยเฉพาะเรื่องประสบการณ์การทำงานที่ยาวนานที่ถูกกลั่นกรองและเรียบเรียงจากวิทยากร นำมาเล่าสู่กันฟัง ในรูปแบบที่ฟังแล้วนำไปปฏิบัติได้เลย ไม่วิชาการจนเกินไป

YouTube and YouTube Channel

1

YouTube เป็นเว็บไซต์ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถอัพโหลดและแลกเปลี่ยนคลิปวีดีโอผ่านทางเว็บไซต์ การทำงานของเว็บไซต์แสดงผลวีดีโอผ่านทางในลักษณะ Adobe Flash ซึ่งเนื้อหามีหลากหลายรวมถึง รายการโทรทัศน์มิวสิกวิดีโอ วีดีโอจากทางบ้าน งานโฆษณาทางโทรทัศน์ และบางส่วนจากภาพยนตร์ และผู้ใช้สามารถนำวีดีโอไปใส่ไว้ในบล็อกหรือเว็บไซต์ส่วนตัวได้ ผ่านทางคำสั่งที่กำหนดให้ของ YouTube YouTube ถือว่าเป็นหนึ่งในเว็บ 2.0 ชั้นนำอันดับต้น ๆ ของโลก
 
นอกจากนี้ YouTube มีนโนบายไม่ให้อัปโหลดคลิปที่มีภาพโป๊เปลือย และคลิปที่มีลิขสิทธิ์นอกเสียจากเจ้าของลิขสิทธิ์ได้อัปโหลดเอง โดยผู้ใช้สามารถทำการแจ้งลบได้
 
Youtube Channel คือหน้า homepage ที่แสดงผลงานวีดีโอที่ทางเจ้าของผลงานได้ทำการอัพโหลดไว้ใน Youtube ซึ่งข้อดีของ Youtube Channel คือการที่เจ้าของสามารถปรับแต่งหน้า Homepage ตามต้องการ และมีการให้ผู้ใช้งาน YouTube ทั่วไปสามารถสมัครเป็นสมาชิก (Subscriber) เพื่อรับข้อมูลเมื่อเจ้าของผลงานมีการอัพโหลดคลิปวีดีโอใหม่ๆ ขึ้นบน YouTube
 

Twitter คืออะไร

0

Twitter คือเว็บไซต์ที่ให้บริการ blog สั้น (Micro-Blog) ซึ่งสามารถให้ผู้ใช้ส่งข้อความของตนเอง ให้เพื่อน ๆ ที่ติดตาม twitter ของผู้ใช้อยู่อ่านได้ และผู้ใช้เองก็สามารถอ่านข้อความของเพื่อน หรือผู้ใช้อื่นๆ ที่เราติดตามอยู่ได้ ในรูปแบบของ twitter นี้ ที่เรียกว่าเป็น blog สั้นก็เพราะว่า twitter ให้เขียนข้อความได้ครั้งละไม่เกิน 140 ตัวอักษร ซึ่งข้อความนี้เมื่อเขียนแล้วจะไปแสดงอยู่ในหน้า profile ของผู้เขียนนั่นเอง และจะทำการส่งข้อความนี้ไปยังผู้ใช้ที่ติดตามผู้เขียนคนนั้นอยู่ (follower) โดยอัตโนมัติ (กติกา สายเสนีย์, 2552)
 
สาเหตุสำคัญที่ Twitter นั้นเป็นที่นิยมไปทั่วโลกในเวลาที่รวดเร็ว ก็เพราะว่ามีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกให้ผู้เขียน สามารถอัพเดทหรือเขียนข้อความ (Tweet) จากที่ไหนก็ได้ ตั้งแต่หน้าเว็บไซต์ บนโปรแกรมที่ติดตั้งลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งบนโทรศัพท์มือถือ จึงทำให้ผู้เขียน twitter นั้นสามารถอัพเดทได้บ่อยเท่าที่ต้องการ
 
คำศัพท์ที่สำคัญเกี่ยวกับ Twitter ที่ใช้ในโครงการพิเศษนี้ ได้แก่คำว่า Following, Followers, Tweets, Retweets และ @Reply ซึ่งมีคำจำกัดความดังนี้ (พัชรินทร์ ทวิสุวรรณ, 2552)

  • Following คือ บุคคลที่เราติดตาม หรือเป็นบุคคลที่เราสนใจ โดยข้อความที่บุคคลเหล่านี้โพสต์ลงใน Twitter ก็จะปรากฏให้เราทราบทั้งหมด
  • Followers คือ บุคคลที่ติดตามเรา หรือมีความสนใจที่จะรับรู้ข้อมูลของเรานั่นเอง เมื่อเราโพสต์ข้อมูลลงใน Twitter ข้อมูลก็จะถูกส่งไปยังบุคคลต่างๆ ที่ติดตามอ่านข้อมูลของเราด้วย
  • Tweets คือ ข้อความที่เราโพสต์หรืออัพเดตข้อมูลใน Twitter โดยสามารถส่งช้อความได้ครั้งละไม่เกิน 140 ตัวอักษร
  • Retweets คือ การโพสต์ข้อความซ้ำ หากพบข้อความที่เป็นประโยชน์ เช่น พบข่าวที่น่าสนใจจาก CNN ซึ่งคิดว่าเพื่อนๆคนที่เป็น Followers ควรจะได้อ่านข้อความนี้ด้วย เราสามารถ Tweet ข้อความนั้นๆ ส่งต่อไปให้ผู้ติดตามได้ โดยการโพสต์ข้อความซ้ำเช่นนี้เรียกว่า Retweet
  • @Reply คือ การตอบกลับ ในการ Tweet ข้อความ บางครั้งข้อความอาจเป็นคำถามหรือเป็นข้อคิดเห็นที่รอใครสักคนตอบกลับ ซึ่งเราสามารถตอบกลับได้ โดยการตอบกลับนี้เราควรระบุว่าจะตอบกลับไปหาใคร โดยใช้เครื่องหมาย @ ตามด้วยชื่อผู้รับ เช่น @Kbank_Live

The Housemaid – รัก โลภ โกรธ หลง ฉบับเกาหลี

0

ยอมรับตามตรงว่าไม่ได้เป็นคนติดตามเพลง หนัง หรือละครเกาหลี (ยกเว้น Wonder Girls กับ Brown Eyed Girls) แต่มีสองเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจดูหนังเรื่องนี้ หนึ่ง คือ เมื่อปีก่อนไดู้ดูหนังเกาหลีเรื่อง Haeundae (หนังเกี่ยวกับคลื่นยักษ์สึนามิถล่มเกาหลี) แล้วรู้สึกประทัุบใจว่าหนังเกาหลีก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้ Hollywood และ สอง คือ หนังเรื่อง The Housemaid นี้เป็นหนังที่อยู่ใน Official Selection 2010 ใน Festival De Cannes แถมยังได้รับเกียรติให้เป็นภาพยนตร์ฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์เกาหลี 2010 ครั้งแรกของกรุงเทพฯ (The First Bangkok Korean Film Festival)

หนังเรื่องนี้สะท้อนกิเลส 4 ประการในใจมนุษย์ได้อย่างถึงขิง

The Housemaid เป็นหนัง Remake จากหนังในชื่อเรื่องเดียวกันในปี 1960 เป็นหนังที่เล่าถึงจิตใจที่ยากแท้หยั่งถึงของมนุษย์ เมื่อคู่สามีภรรยา (รับบทโดย lee jung-jae และ seo woo) ครอบครัวมหาเศรษฐีกำลังมองหาสาวใช้คนใหม่ (รับบทโดย jeon do-youn) เพื่อมาช่วยงานหัวหน้าแม่บ้าน (รับบทโดย youn yuh-jung) เรื่องราวเลวร้ายเริ่มขึ้นเมื่อฝ่ายสามีแอบมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับสาวใช้คนใหม่ และหัวหน้าแม่้บ้านซึ่งรู้เรื่องราวทุกอย่างในบ้าน นำเรื่องไปบอกกับแม่ของภรรยา ทำให้ภรรยาต้องเสียใจโกรธแค้น และนำไปสู่โศกนาฏกรรมแห่งความรักที่ปกคลุมไปด้วยเงามืดในบ้านที่เต็มไปด้วยแรงปราถนาแห่งนี้

The Housemaid - แรงปราถนา อย่าห้าม

หนังเรื่องนี้สะท้อนกิเลส 4 ประการในใจมนุษย์ได้อย่างถึงขิง ไม่ว่าจะเป็น สาวใช้คนใหม่คนใหม่ที่หลงรักสามีผู้เป็นเจ้าของบ้าน (รัก); หัวหน้าแม่บ้านผู้เก็บงำความลับทุกอย่างของบ้านนี้ไว้แต่ไม่เคยบอกใครด้วยอำนาจของเงิน (โลภ); ภรรยาผู้โกรธแค้นและหึงหวงอย่างรุนแรงเมื่อรู้ว่าสามีมีคนอื่น (โกรธ); และ สามีมหาเศรษฐีที่หลงในอำนาการเป็นเศรษฐี อยากได้อะไรต้องได้ มีปัญหาก็ใช้เงินแก้ไข (หลง)
 
ใครชอบหนังแนว Drama-Thriller; ชอบการดำเนินเรื่องที่กระชับไม่น่าเบื่อ; ชอบมุมมองการถ่ายภาพที่สวยงามแปลกใหม่; และชอบการศึกษาจิตใจมนุษย์ ผมขอแนะนำหนังเรื่องนี้ครับ ตอนนี้มีฉายสองโรงนะครับที่ สกาล่าร์ กับ Paragon Cineplex นะครัีบ
 
ที่มา: http://www.festival-cannes.com

Facebook and its Fan Page

0

ต่อเนื่องนะครับกับซีรี่ส์เกี่ยวกับโลกออนไลน์นี้ วันนี้จะพาไปรู้จักกับ Facebook และ Facebook Fan Page ครับ
 
Facebook เป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้ใช้งานที่สามารถเชื่อมต่อกับเพื่อน ครอบครัว เพื่อนร่วมงานและคนรู้จักในกลุ่มเครือข่ายต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว Facebook ส่งเสริมการสื่อสารภายในเครือข่ายทางสังคมต่างๆผ่านหน้าจอการใช้งานที่สามารถปรับแต่งได้และมีความหลากหลายของโปรแกรมที่รองรับการทำงานบนแพลตฟอร์มนี้ตามแต่ความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละคน
 
นอกจากนี้ผู้ใช้งานจะได้รับแจ้งเมื่อคนที่อยู่ในเครือข่ายของผู้ใช้งานมีการเพิ่มเติม หรืออัพเดทข้อมูล สถานะของตัวเอง หรือแสดงความคิดเห็นต่างๆ (ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า) อีกทั้งผู้ใช้งานสามารถสร้างหน้า (page) ของตัวเองที่ขึ้นกับความชอบของแต่ละบุคคลในการแบ่งปันอีเว้นท์ (events) รูปภาพ วีดีโอ หรือ ประสบการณ์ต่างๆให้แก่ผู้ใช้งานอื่นๆที่อยู่ในเครือข่ายของตนเอง
 
Facebok Fan Page เป็นบริการฟรีที่เหมาะกับทุกๆ สินค้าและบริการ ซึ่งเปรียบเสมือนหน้า Profile ของแบรนด์สินค้า และบริการที่ใช้สำหรับการสร้างสัมพันธ์และแจ้งข่าวสารกับลูกค้า ทั้งที่เป็นแฟนประจำหรือลูกค้าใหม่ สิ่งที่ทำได้บนหน้า Facebook Fan Page มีดังนี้ (ชาติชาย วิเรขรัตน์, 2553)
 
1). เขียนข้อความ (Wall Post) กล่าวคือ Fan Page จะมีพื้นที่ด้านบนไว้สำหรับเป็นเครื่องมือในการใช้ส่งข้อความติดต่อกับลูกค้า ซึ่งข้อความที่ว่านี้ จะเป็นอะไรก็ได้ ที่องค์กรต้องการแจ้งหรือบอกให้ลูกค้าได้รับรู้
 
2). แชร์ภาพ และอัลบั้มภาพ (Photos Sharing) เราสามารถสร้างแกเลอรี่ภาพของตัวเองได้ ด้วยการนำภาพของสินค้าคอลเล็คชั่นใหม่ ภาพโฆษณา หรือภาพจากงานอีเว้นท์ที่จัดขึ้นจากกิจกรรมที่มี และนำมาแชร์ไว้ที่หน้า Fan Page
 
3). แชร์ไฟล์วีดีโอ (Video Sharing) Fan Page รองรับไฟล์วีดีโอด้วยเช่นกัน สำหรับแบรนด์สินค้าที่มีภาพยนตร์โฆษณาบนสื่ออื่นๆ ก็สามารถนำมาแชร์ไว้บนนี้ได้เช่นกัน โดยเปิดให้อัพโหลดวีดีโอขึ้นไปบน Facebook หรือจะนำวีดีโอที่มีใน YouTube มาแชร์ไว้ที่นี่ก็ทำได้เช่นกัน
 
4). ความคิดเห็นและความชอบ(Comments & Likes) กล่าวคือ บนทุกๆ ข้อความ รูปภาพ และวีดีโอ ที่แบรนด์สินค้านำมาแสดงไว้ในหน้า Fan Page นั้นลูกค้าสามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็น และความชอบต่อสิ่งที่นำมาแสดงได้เช่นกัน
 
5). อนุญาตให้ลูกค้าเข้ามาเขียนข้อความ แชร์ภาพและวีดีโอผ่านหน้า Fan Page ได้
 

คำจำกัดความของสื่อทางสังคม (Social Media Definition)

0

มาต่อตอนที่สามที่เอามาจาก IS กันเลยครับ “Social Media Definition
 
สื่อทางสังคม (Social Media) คือ เครื่องมือออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสามารถมีปฏิสัมพันธ์ ทั้งในเรื่อง กิจกรรม กิจวัตร และพฤติกรรมต่างๆ ระหว่างผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยกันที่มารวมกลุ่มกันในแบบออนไลน์เพื่อที่จะแบ่งปันข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ ความต้องการส่วนลึก และความคิดเห็น โดยการสร้างเนื้อหาในรูปแบบของข้อความ รูปภาพ วีดีโอ และเสียง เพื่อติดต่อทางธุรกิจหรือเพื่อความเพลิดเพลิน (Safko & Brake, 2009, pp. 3-20) (Strauss & Frost, 2009, p. 326)
 
โดยที่สื่อทางสังคมสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลักๆ ดังต่อไปนี้
 
1). Reputation aggregators หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องมือค้นหา (Search Engine) คือเว็บไซต์ที่เก็บรวบรวมข้อมูลของ เว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์ ร้านค้า หรือ เนื้อหาอื่นๆ แล้วนำมาจัดอันดับผ่านระบบการประเมินของเว็บไซต์นั้นๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเข้ามาสืบค้นข้อมูลในด้านต่างๆ ตามต้องการได้อย่างง่ายดาย ตัวอย่างของสื่อทางสังคมประเภทนี้ได้แก่ Google, Yahoo!, MSN, Tripadvisor.com, ePinions.com
 
2). Blogs คือ บันทึกประจำวันในรูปแบบออนไลน์ที่มีการนำเสนอตามลำดับเวลา โดยที่ผู้อ่านสามารถแสดงความคิดเห็นผ่าน Blog ได้โดยตรง นอกจากนี้ในบาง Blog นั้นยังใช้ผู้เขียนหลายๆคนช่วยในการเขียนบันทึกประจำวันออนไลน์นี้ ตัวอย่างของสื่อทางสังคมประเภทนี้ได้แก่ WordPress, Engadget, Mashable, TechCrunch
 
3). Online communities คือ เว็บไซต์ที่รวบรวมกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีความสนใจคล้ายๆกัน โดยที่กลุ่มผู้ใช้งานเหล่านี้มักจะกลับมาดูการแลกเปลี่ยนความเห็นของผู้ใช้งานอื่นๆ ที่มีความคิดคล้ายกับตัวเองผ่านระบบออนไลน์อยู่เสมอ ตัวอย่างของสื่อทางสังคมประเภทนี้ได้แก่ CNN, Slate, YouTube, Google Groups, Flickr, Del.icio.us, Wikipedia, Second Life
 
4). Social networks – เครือข่ายสังคมออนไลน์ เป็นโครงสร้างสังคมที่ประกอบด้วย Node (ซึ่งหมายถึงบุคคลหรือองค์กร) ต่างๆ เชื่อมต่อกัน ซึ่งแต่ละ Node ที่เชื่อมโยงกันก็อาจมีความสัมพันธ์กับ Node อื่นๆ ด้วย โดยที่ประเภทของความสัมพันธ์ของแต่ละ Node นั้นอาจจะมีประเภทเดียวหรือมากกว่า อาทิเช่น ค่านิยม วิสัยทัศน์ ความคิด การค้า เพื่อน ญาติ เว็บลิงค์ ฯลฯ ตัวอย่างของสื่อทางสังคมประเภทนี้ได้แก่ Twitter, Facebook, Xing, LinkedIn
 

Reputation aggregators: Tripadvisor.com

Blogs: Mashable

Online Communities: YouTube

Social networks: Facebook

Social Search – Search more Social

1

ถ้าคุณกำลังมองหาร้านอาหารฝรั่งเศสอร่อยๆ บรรยากาศหรูๆ ย่านสุขุมวิท แล้วมีใครก็ไม่รู้มาบอกคุณว่า ร้าน A นี่สุดยอดมากๆ เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่ดีที่สุดในย่านสุขุมวิท แต่เพื่อนที่สนิทที่สุดของคุณแนะนำร้าน B บอกว่าคราวที่แล้วพาครอบครัวมาร้านนี้ บรรยากาศดีมาก อาหารรสชาดอร่อย
 

แล้วคุณจะเชื่อคำแนะนำของใคร??

 
และนี่ก็คือที่มาของคำว่า Social Search นั่นเอง เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา Facebook และ Bing ประกาศความร่วมมือในการพัฒนา Social Search ที่จะเปลี่ยนวิธีการแสดงผลการค้นหาข้อมูลของคุณอีกครั้ง หลังจากที่ Google เคยได้เปลี่ยนวิธีการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตของคุณอย่างสิ้นเชิงเมื่อกว่าสิบกว่าปีที่ผ่านมา

เมื่อ bing ร่วมมือกับ Facebook สงครามการค้นหาก็น่าจะสนุกขึ้น

 
Social Search จะ่นำสิ่งที่เพื่อนๆ ของคุณ “ถูกใจ (Like)” มาแสดงประกอบบนผลการค้นหาของคุณด้วย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณค้นหาร้านอาหารฝรั่งเศสในย่านสุขุมวิท ระบบค้นหาก็อาจจะแสดงร้านอาหารชื่อดังที่สุดห้าร้าน แต่อาจจะมีร้านหนึ่งที่ไม่ติดอันดับ แต่เพื่อนของคุณถูกใจ ระบบก็จะแสดงผลค้นหาร้านนั้น พร้อมทั้งบอกว่าเพื่อนของคุณคนไหนที่ “ถูกใจ (Like)” ร้านนี้
 
นอกจากนี้ Bing & Facebook ยังปรับปรุงผลการค้นหา (Search Result) ที่ช่วยให้คุณหาเพื่อนเ่ก่าหรือติดต่อกับเพื่อนใหม่ได้อย่างง่ายดายที่ผลการค้นหานั้นเลย
 
สามารถ Add friend ได้ที่ Search Result เลย

 
ลองไปดูคลิปวีดีโอจาก Bing และั Facebook ตัวล่าสุดกันเลยครับ

แบบจำลองธุรกิจสำหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce Business Model)

3

มาต่อตอนที่สองของซีรี่ส์กันเลยครับเป็นเรื่องที่ว่าด้วย “แบบจำลองธุรกิจ” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจที่เปรียบเสมือนเป็นแผนที่ในการทำธุรกิจที่คอยเตือนเราว่าจุดเด่นของธุรกิจเราคืออะไร ธุรกิจจะทำเงินอย่างไร ฯลฯ
 
แบบจำลองธุรกิจ (Business Model) คือ กลุ่มของกิจกรรมที่ได้รับการวางแผนและออกแบบมาเพื่อสร้างผลกำไรในการทำธุรกิจ (Laudon และ Traver, 2009, หน้า 2-5) ดังนั้นจุดมุ่งหมายของแบบจำลองธุรกิจสำหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce Business Model) คือการใช้ประโยชน์จากคุณภาพ และคุณสมบัติเฉพาะตัวต่างๆ ของอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ เพื่อสร้างผลกำไรในการทำธุรกิจ (Timmers, 1998)
เพื่อที่จะพัฒนาแบบจำลองธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เราต้องสามารถระบุถึงรายละเอียดของแผนภายในองค์ประกอบหลักของแบบจำลองธุรกิจให้ได้ โดยที่องค์ประกอบหลักของแบบจำลองธุรกิจมีอยู่ด้วยกันแปดองค์ประกอบ ได้แก่

แบบจำลองธุรกิจเปรียบเสมือนเป็นแผนที่ในการทำธุรกิจ

1). Value proposition
Value proposition อธิบายถึงมูลค่าเฉพาะขององค์กรที่เสนอแก่ลูกค้า ซึ่งมูลค่าเฉพาะนี้จะเติมเต็มความต้องการของลูกค้า และเป็นตัวที่ทำให้องค์กรโดดเด่นเหนือคู่แข่ง ตัวอย่างของ Value proposition เช่น ความสามารถในการปรับแต่งผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย การให้บริการสืบค้นข้อมูลสินค้าทำให้ลูกค้าสามารถลดค่าใช้จ่ายในการค้นหาสินค้า
 
2). Revenue model
Revenue model อธิบายถึงวิธีการที่องค์กรสร้างรายได้ ผลกำไร และผลตอบแทนจากการลงทุน โดยที่ Revenue model สามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภทหลักๆ คือ

  • Advertising revenue model เป็นการสร้างรายได้โดยการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการแล้วเปิดให้ผู้ใช้บริการทั่วไปใช้ได้ฟรี จากนั้นก็จะเสนอและขายพื้นที่ในการโฆษณาให้แก่ บุคคลหรือองค์กรที่ต้องการโฆษณาสินค้าหรือบริการแก่กลุ่มผู้ใช้บริการนั้น ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ใช้โมเดลนี้ เช่น Google, Yahoo!, Pantip.com
  • Subscription revenue model เป็นการสร้างรายได้โดยการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการแล้วเสนอให้แก่บุคคลหรือองค์กร แต่ต้องจ่ายค่าสมัครสมาชิกเพื่อใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการเหล่านั้น ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ใช้โมเดลนี้ เช่น The Wall Street Journal, MediaFire.com, Dropbox.com
  • Transaction fee revenue model เป็นการสร้างรายได้โดยการสร้างสถานที่พบปะชุมนุมกันในโลกออนไลน์ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยที่องค์กรจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อการทำธุรกรรมทางธุรกิจเกิดขึ้น ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ใช้โมเดลนี้ เช่น eBay.com, PayPal
  • Sales revenue model เป็นการสร้างรายได้โดยการขายสินค้า บริการ หรือข้อมูลให้แก่ลูกค้า ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ใช้โมเดลนี้ เช่น Amazon, HP, Microsoft, Apple
  • Affiliate revenue model เป็นโมเดลที่สามารถสร้างรายได้โดยการได้รับคอมมิชชั่นจากการขายสินค้าและบริการขององค์กรอื่น หรือการโฆษณาสินค้าและบริการ หรือลิงค์ขององค์กรอื่น โดยรายได้จะขึ้นกับจำนวนของผู้เข้าชมที่เห็นโฆษณาหรือลิงค์นั้น ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ใช้โมเดลนี้ เช่น Google Adsense, Amazon Associate, MyPoints.com

 
3). Market opportunity
โอกาสทางการตลาดกล่าวถึงพื้นที่ในตลาดที่องค์กรมุ่งหวัง และโอกาสในการทำเงินจากพื้นที่ในตลาดนั้น โดยปกติแล้วโอกาสทางการตลาดจะถูกแบ่งเป็นส่วนตลาดย่อย และสามารถคำนวณได้คร่าวๆ โดยการประมาณการสร้างรายได้จากตลาดย่อยนั้นๆ ว่ามีมูลค่ามากน้อยเพียงใด มีโอกาสที่ธุรกิจของเราสามารถสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อต้องการในส่วนตลาดย่อยนี้หรือไม่
 
4). Competitive environment
สถานการณ์ในการแข่งขันกล่าวถึงวิธีการดำเนินงาน ความสามารถในการทำกำไร ส่วนแบ่งตลาด ตลอดจนการตั้งราคาของคู่แข่งขันต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่มีการดำเนินการทางธุรกิจอยู่ในพื้นที่ตลาดเดียวกัน และมีการขายสินค้าและบริการคล้ายๆกัน
 
5). Competitive advantage
ความได้เปรียบในการแข่งขันเกิดขึ้นเมื่อองค์กรสามรถที่จะสร้างความโดดเด่นหรือความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่งขันที่ผลิตสินค้าและบริการที่เหมือนกันที่มีกลุ่มลูกค้าเดียวกัน ในราคาที่ต่ำกว่า หรือให้มูลค่าแก่ลูกค้าได้มากกว่า ตัวอย่างของความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น การเข้าสู่ตลาดเป็นรายแรก (First mover in the market) การประหยัดทางขนาดธุรกิจ (Economy of scale) การมีทรัพยากรที่มีมูลค่าต่างๆที่คู่แข่งขันไม่มี เป็นต้น
 
6). Market strategy
กลยุทธ์ทางการตลาด คือแผนการที่อธิบายถึงกระบวนการต่างๆ ที่องค์กรใช้เพื่อเข้าสู่ตลาดและดึงดูดลูกค้า รวมไปถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในการเพิ่มยอดขายและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันแบบยั่งยืน เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า
 
7). Organizational development
การพัฒนาองค์กร คือแผนการที่อธิบายถึงวิธีการจัดการความเชื่อ ทัศนคติ และค่านิยมของคนในองค์กร ตลอดจนการแบ่งโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก หรือเพื่อให้บรรลุผลในการทำงาน
 
8). Management team
ทีมผู้บริหารคือกลุ่มพนักงานที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนแบบจำลองทางธุรกิจให้ประสบความสำเร็จตามแผนการและเป้าหมายที่วางไว้ ทีมผู้บริหารที่เข้มแข็งจะช่วยให้แบบจำลองทางธุรกิจนั้นมีความน่าเชื่อถือต่อนักลงทุนภายนอก และสามารถนำพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จตามแผนธุรกิจหรือมีการปรับแบบจำลองทางธุรกิจหรือแผนธุรกิจตามสถานการณ์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่วางไว้

Windows Phone 7 – The Return of the King ??

0

เปิดตัวไปแล้วสำหรับ Windows Phone 7 ในงาน Microsoft Open House เมื่อวันก่อน การกลับมาคราวนี้ Microsoft จะเปิดตัว Smart Phones ถึง 9 รุ่นที่ใช้ Windows Phone 7 จากผู้ผลิตหลากหลายอย่างเช่น Samsung, LG, Dell, HTC เป็นต้น ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ในสหรัฐอเมริกา

แล้วการกลับมาคราวนี้ของ Microsoft มีอะไรใหม่??

ลองตามไปดู Technical Preview ของ Windows Phone 7 ตามคลิปวีดีโอข้างล้างนี้ครับ

 
ครั้งหนึ่งระบบปฏิบัติการบนมือถืออย่าง Windows Mobiles เคยเป็นหนึ่งในระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มผู้ใช้งาน Smart Phones เคียงคู่กับระบบปฏิการอย่าง Symbian แต่ภายหลังการกำเนิดของ IOS บน iPhone, RIM บน Blackberry และ Android ทำให้ในปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดของ Windows Mobile เหลือเพียง 5% เท่านั้น (Gartner, 2010) ซึ่ง Microsoft ก็รู้สถานการณ์ของตัวเองเป็นอย่างดีด้วยการที่ Windows Mobile นั้นค่อนข้างใช้งานยาก (Un-user friendly) Microsoft จึงมีการซุ่มทำระบบปฏิการตัวใหม่ที่เรียกว่า Windows Phone 7 (จริงๆ แล้วตัวเลข 7 นี้เป็นการต่อจาก Windows Mobile version 6.xx แต่ทำการเรียกเป็น Windows Phone) ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนส่วนเชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน (UI – User Interface) ใหม่ทั้งหมด (ลองดูคลิปวีดีโอที่ Technical Preview ด้านบน)
 

วิวัฒนาการของระบบปฏิการบนมือถือจาก Microsoft

การกลับมาครั้งนี้ของ Windows Phone 7 จะสามารถทวงตำแหน่งหนึ่งในระบบปฏิบัติการบนมือถือที่ดีทีสุดได้หรือไม่ จะสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดในการแข่งขันที่เข้มข้นนี้ได้มากน้อยเพียงใด

เวลาเท่านั้นครับที่จะเป็นคำตอบ

คำจำกัดความของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce Definition)

4

เมื่อ IS ผ่านฉลุย ก็ถึงเวลาเผยแพร่สิ่งที่ค้นคว้ามาแล้วนะครับ ลองติดตามกันดูรับรองว่าจะเป็นการเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับโลกออนไลน์มากขึ้นทีเดียวครับ ขอเริ่มต้นซีรี่ส์นี้ด้วย “คำจำกัดความของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” ก่อนเลยนะครับ ตามไปดูกันเลย ฟิ้ววววว
 
E-commerce หรือเรียกกันทั่วไปว่า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือการทำธุรกรรมหรือธุรกิจที่ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในทุกๆ ช่องทาง เช่น อินเทอร์เน็ต, โทรศัพท์, วิทยุ, โทรทัศน์, แฟกซ์ เป็นต้น ทั้งในรูปแบบ ข้อความ เสียง และภาพ รวมถึงการขายสินค้าและบริการด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือการขนส่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อหาข้อมูลแบบดิจิตอล (E-commerce คืออะไร? พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร, 2551)
 
ในปัจจุบันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์พุ่งเป้าไปที่การใช้อินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ในการดำเนินการทางธุรกิจระหว่างบุคคลหรือองค์กร (Laudon และ Traver, 2009, หน้า 1-9)
ประเภทของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สามารถแบ่งตามลักษณะรูปแบบของกลุ่มและประเภทผู้ที่ทำธุรกรรมร่วมกัน โดยสามารถแบ่งได้หลายประเภท ได้แก่ (Laudon และ Traver, 2009, หน้า 1-19-1-21) (รูปแบบของการทำธุรกิจออนไลน์ E-Commerce, 2551)
 
1). Business-to-Consumer (B2C) E-Commerce เป็นการค้าและทำธุรกรรมระหว่าง ธุรกิจที่เป็นรูปแบบบริษัทฯ หรือร้านค้ากับผู้บริโภคที่เป็นบุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นการค้าแบบขายปลีก ที่มีการสั่งซื้อสินค้าจำนวนไม่มากและมูลค่าการซื้อ-ขายแต่ละครั้งจำนวนไม่สูงมาก เว็บไซต์ที่มีรูปแบบลักษณะนี้ เข่น www.amazon.com, www.ToHome.com
 
2). Business-to-Business (B2B) E-Commerce การทำธุรกรรมระหว่างองค์กรธุรกิจด้วยกันเอง เพื่อการค้าขาย การจัดการ การผลิตวัตถุดิบ เช่น การสั่งซื้อสินค้าสำหรับห้างสรรพสินค้าจากผู้ผลิต หรือการสั่งซื้อชิ้นส่วนที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม เว็บไซต์ที่มีรูปแบบลักษณะนี้ เช่น www.FoodMarketExchange.com, www.TARADb2b.com
 
3). Consumer-to-Consumer (C2C) E-Commerce เป็นการค้าและทำธุรกรรมระหว่างบุคคลกับบุคคล หรือ ระหว่างผู้ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตด้วยกันเอง ที่ไม่ใช่รูปแบบของร้านค้าหรือธุรกิจ ซึ่งการซื้อ-ขายนี้อาจทำผ่านเว็บไซต์ที่จัดตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะ อาทิ การซื้อ-ขายในรูปของการประกาศซื้อ-ขาย หรือประมูลสินค้า ที่ผู้ใช้แต่ละคนสามารถนำข้อมูลสินค้าของตนมาประกาศซื้อ-ขายไว้บนเว็บไซต์ต่างๆ เช่น www.ebay.com, www.ThaiSecondhand.com
 
4). Business-to-Government (B2G) E-Commerce เป็นการค้าระหว่างธุรกิจที่เป็นในรูปแบบของเอกชนกับองค์กรของรัฐ การค้าลักษณะนี้ทางรัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องค่อนข้างมาก เช่น พวกการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐบาลต่างๆ โดยเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการลักษณะนี้ได้แก่ www.gsa.gov, www.gprocurement.or.th
 
5). Peer-to-Peer (P2P) E-Commerce เป็นการค้าโดยใช้เทคโนโลยี Peer-to-peer ที่ช่วยทำให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสามารถแบ่งปันไฟล์ และทรัพยากรคอมพิวเตอร์ระหว่างกันได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านเว็บไซต์กลางในการเชื่อมต่อ เครือข่าย P2P ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เช่น BitTorrent, eDonkey
 
6). Mobile Commerce (M-Commerce) คือการใช้อุปกรณ์ดิจิตอลไร้สายมาช่วยในการทำธุรกรรมต่างๆบนเว็บไซต์ เช่น การซื้อ-ขายหุ้น การเปรียบเทียบราคาร้านค้าต่างๆ การจองการเดินทาง โดยที่อุปกรณ์ดังกล่าวรวมถึง โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์พกพา (เช่น iPhones, Blackberries) ตลอดจนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
 
เป็นยังไงบ้างครับกับคำจำกัดความเืบื้องต้นของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีความเห็นติชมอย่างไรแบ่งปันกันได้นะครับ แล้วก็รอติดตามตอนต่อๆไปในซีรี่ส์นี้ได้เลยครับ