Online vs Offline Advertisement – โฆษณาแบบไหนโดนใจที่สุด

5
32

วันก่อนเรียนวิชา E-Commerce แล้วอาจารย์โยนประเด็น “Online vs Offline Advertisement” มาให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในห้องเรียน ซึ่งมีหลายประเด็นที่น่าสนใจทีเดียว ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทคุณจะเลือกลงทุนในโฆษณาอย่างไร Online Advertisement หรือว่า Offline Advertisement แบบใดที่จะทำให้ลูกค้ารู้จักเรามากขึ้น ทำให้ยอดขายของบริษัทเรามากขึ้น และโฆษณาแบบใดที่จะคุ้มค่ากับการลงทุน (ROI) มากที่สุด

Offline Advertisement
Offline Advertisement คือ การโฆษณาผ่านสื่อที่ไม่ใช่อินเตอร์เน็ท อาทิเช่น สื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ Offline Advertisement ถือว่าเป็นการโฆษณาที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในปัจจุบัน

    ข้อดี สามารถเข้าถึงผู้รับสาส์นได้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว
    ข้อเสีย มีต้นทุนที่สูงมากถึงมากที่สุด และใช้เวลาเตรียมการนาน แถมไม่มีอะไรรับประกันว่าผู้รับสาส์นทั้งหมดนั้นจะสนใจในตัวผลิตภัณฑ์หรือข้อความที่จะเราต้องการจะสื่อออกไปหรือไม่

Online Advertisement
Online Advertisement คือ การโฆษณาผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต อาทิเช่น แบนเนอร์ตามเว๊บดังๆ, Google Adwords/Adsense, Video Ads, Social Network

    ข้อดี ต้นทุนต่ำกว่าแบบแรก (แต่ปัจจุบันก็เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆเหมือนกัน) สามารถเข้าถึงผู้รับสาส์นได้ตรงเป้าหมายกว่า ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราจะโฆษณาเกี่ยวกับภาพยนตร์ เราก็ไปลงโฆษณาแบนเนอร์ที่ Pantip.com ห้อง เฉลิมไทย ซึ่งก็จะตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ชอบดูหนังดูภาพยนตร์ เป็นต้น หรืออย่างพวก Social Network ก็จะมีการเก็บรวมรวมข้อมูลพฤติกรรมของเราว่าชอบเข้าไปดูอะไร มีประวัติการเรียน, ทำงานอย่างไร เพื่อนๆ เราชอบทำอะไร แล้วทำเป็น Profile ออกมาเพื่อที่จะได้หาโฆษณาที่คิดว่าคนที่มี Profile แบบนั้น,นี้ จะชอบในสินค้าและผลิตภัณฑ์ตัวนี้
    ข้อเสีย ณ ปัจจุบันยังไม่ได้มีข้อเสียที่ชัดเจน เพราะว่ามันกำลังเป็น “กระแส” ที่บริษัทหลายแห่งเริ่มนำมาใชักันอย่างกว้างขวาง

ตาม Concept ของ Online Advertisement แล้ว ผมเชื่อว่าผู้อ่านหลายๆ ท่าน คิดว่า Online Advertisement น่าจะเป็นสื่อการโฆษณาที่ดีที่สุดในระยะเวลาอันใกล้ เพราะสามารถโฆษณาได้ตรงจุดมากกว่า ส่งสาส์นได้ถึงกลุ่มเป้าหมายมากกว่า

Online Advertisement vs Offline Advertisement
Online Advertisement vs Offline Advertisement


แต่คุณเคยสังเกตไหมว่า โฆษณาที่ตรงจุด ตรงกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ที่ เราเห็นตาม แบนเนอร์ใน Pantip.com หรือ โฆษณาทางข้างขวาของ facebook.com ฯลฯ เราจำได้น้อยมากว่ามีโฆษณาอะไรบ้าง ทั้งๆ ที่โฆษณาเหล่านั้นทำขึ้นมาสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มี Profile คล้ายๆ เรา
ในขณะที่โฆษณาทาง โทรทัศน์ วิทยุ หรือหนังสือพิมพ์นั้น เรายังจดจำได้มากกว่าทั้งๆที่ไม่ตรงกลับกลุ่มเป้าหมายที่มี Profile แบบพวกเรา เช่น “Momypoko ยิ้มง่ายไม่ซึมเปื้อน”, “ทิฟฟี่ ฝนตกก็กลางร่ม ดูแลสุขภาพดีๆนะครับ”, “โทนาฟ – แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลพุพอง เป็นหนองใช้ โทนาฟ” ฯลฯ

กล่าวโดยสรุป

ถ้าเปรียบเทียบ Online & Offline Advertisement เป็นการชกมวยแล้วนั้น เรียกได้ว่า Online Advertisement นั้นชกได้ตรงจุด เข้าเป้ามากกว่า แต่หมัดไม่มีน้ำหนัก ชกไปก็ไม่เจ็บ ในขณะที่ Offline Advertisement นั้นเป็นการเหวี่ยงหมัดไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นหมัดที่ทั้งหนักและรุนแรง ถ้าเหวี่ยงไปสิบหมัด แล้วบังเอิญเข้าเป้าไปแค่หม้ดเดียวก็อาจจะ น็อก ได้เช่นกัน

ดังนั้นในการโฆษณาจริงๆแล้วก็ควรเลือกทำทั้งสองอย่างนั่นแหละ แต่ต้องมีการกำหนดโครงสร้างต้นทุน(งบประมาณ) ที่เหมาะสม ซึ่งต้องดูถึงแผนการตลาดของเราเอง และงบประมาณในการลงทุนของเราด้วย

ปล1. ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ คิดเห็นอย่างไรร่วมแบ่งปันด้วยนะครับ เพื่อต่อยอดความรู้นะครับ
ปล2. ขอขอบคุณ และ เครดิต อ. ดร.วรพงศ์ ลีวัฒนกิจ และเพื่อนๆในคลาส E-Commerce MBA CU YE15/2 ทุกคนนะครับที่ช่วยเปิดประเด็นและแลกเปลี่ยนความติดเห็นกันในห้องนะครับ

5 COMMENTS

  1. เยี่ยมๆ แต่มันก็บอกไม่ได้จริงๆ แหละว่าอะไรดีกว่ากันตรงจุด แต่ไม่เจ็บ กับชกรัวๆ พอเข้าหมัดนึงก็น๊อกเลย แต่จะว่าไปเราไม่ได้ทำอะไำรกับการตลาดเลย คงต้องให้นักการตลาดมาตอบซะแล้นน แต่อย่างว่า ทำมันให้หมดนั่นแหละดี (แต่ต้องมีตังค์) ^ ^

    ป.ล. เขียนอะไรดีๆ มาให้อ่านอีกนะจ๊ะ สู้สู้

  2. ต้องดูว่า target group เราเป็นคนแบบไหนด้วยป่าว ถ้าส่วนใหญ่ไม่ใช้เน็ต ก็ไม่มีความหมาย

    ขายคูโบต้า โฆษณาผ่านกูเกิ้ล จะมีซักกี่คนเข้ามาดู แปะขายบนถุงปุ๋ยดีกว่ามั้ย

  3. ขอแบ่งปันความคิดเห็นของออมนะคะ ^^

    การเลือกใช้สื่อโฆษณา ตัวไหนสิ่งสำคัญสิ่งแรกที่เราควรนึกถึงคือลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือใคร เพราะหากไม่สามารถถ่ายทอดหรือส่งข้อความของเราไปสู่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ การลงทุนในสื่อนั้นถือว่าเป็นการลงทุนที่ศูนย์เปล่า

    ดังนั้นเราจึงต้องเข้าใจในสื่อที่เราจะเลือกลงทุนว่าตรงกับกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ เพราะหากเลือกลงโฆษณาในทุกๆสื่อที่เป็น Offline เพราะมองว่าเข้าถึงคนได้มากในเวลาอันรวดเร็ว แต่ลืมนึกถึง Online Marketing ที่อาจจะตรงจุดและใช้เงินในการลงทุนตำกว่า นอกจากจะใช้เงินลงทุนที่สูงกว่าแล้ว ยอดขายของเราอาจจะเท่าเดิมอีกด้วย

    เหมือนเป็นการปล่อยหมัดชกกรรมการ แทนที่จะได้แต้มจากการชกคู่ต่อสู้ กลับไม่ได้แต้ม แถมยังเหนื่อยฟรีอีกด้วย

    ขอบคุณที่หาบทความดีดีแบบนี้มาแบ่งปันกันนะคะ ^^

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here